ความสำคัญของแสงสว่างต่อการทำงานในโรงงานอุตสาหกรรม
แสงสว่างจากโคมไฟโรงงานนับเป็นองค์ประกอบพื้นฐานของการทำงานในภาคอุตสาหกรรม เนื่องจากมีผลโดยตรงต่อคุณภาพของการทำงานและความต่อเนื่องของกระบวนการผลิต เมื่อระบบไฟส่องสว่างถูกออกแบบให้เหมาะสม จะมีผลต่อทั้งความปลอดภัยและประสิทธิภาพในการทำงานของบุคลากรในโรงงาน การจัดระบบไฟส่องสว่างที่สอดคล้องกับลักษณะการใช้งานจึงเป็นส่วนสำคัญของการสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ดี พร้อมทั้งช่วยลดการใช้พลังงานและควบคุมต้นทุนในระยะยาว
ทำไมแสงสว่างจึงจำเป็นกับประสิทธิภาพการทำงานของพนักงานในภาคอุตสาหกรรม
ระบบแสงสว่างในโรงงานมีความสำคัญต่อการทำงานมากกว่าที่คิด ด้วยเหตุผลดังต่อไปนี้
1. แสงสว่างที่เหมาะสมกับการมองเห็น จุดเริ่มต้นของความปลอดภัยในโรงงาน
แสงสว่างมีบทบาทสำคัญต่อความปลอดภัยในการทำงานภายในโรงงานอุตสาหกรรม เนื่องจากส่งผลโดยตรงต่อการมองเห็นพื้นที่ทำงาน เครื่องจักร และอุปกรณ์ต่าง ๆ หากพื้นที่ใดมีแสงสว่างไม่เพียงพอ หรือมีเงามืดและจุดอับแสง อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ เช่น การสะดุด ลื่นล้ม หรือการใช้งานเครื่องจักรผิดพลาด
ระบบแสงสว่างที่เหมาะสมจะช่วยให้พนักงานมองเห็นเครื่องจักรขนาดใหญ่ ชิ้นส่วนที่เคลื่อนไหว และจุดควบคุมการทำงานที่ต้องใช้ความแม่นยำได้อย่างชัดเจน ลดความผิดพลาดในการปฏิบัติงาน และช่วยให้สามารถสังเกตสภาพแวดล้อมโดยรอบได้ดีขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อความปลอดภัยและการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพในโรงงาน
2. แสงสว่างที่ดีช่วยเพิ่มสมาธิและความแม่นยำในการทำงานในโรงงาน
หากพื้นที่ทำงานมีแสงสว่างไม่เพียงพอ หรือมีแสงจ้าและเงามืดมากเกินไป ทำให้สายตาของพนักงานต้องปรับตามอยู่ตลอดเวลา อาจส่งผลให้เกิดความเมื่อยล้าทางสายตา สมาธิลดลง และเพิ่มโอกาสในการเกิดความผิดพลาดในการทำงาน ในขณะเดียวกัน ระบบแสงสว่างที่ออกแบบให้เหมาะสมกับลักษณะงานและเป็นไปตามมาตรฐานแสงสว่างจะช่วยให้พนักงานมองเห็นชิ้นงาน เครื่องมือ และเครื่องจักรได้อย่างชัดเจน ลดการเพ่งสายตาและการคาดเดา ส่งผลให้การทำงานมีความแม่นยำมากขึ้น โดยเฉพาะงานที่ต้องใช้ความละเอียดและการควบคุมอย่างต่อเนื่องเช่นในโรงงานอุตสาหกรรม
3. แสงสว่างที่เหมาะสมช่วยให้กระบวนการผลิตดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง
เพราะช่วยให้เห็นในพื้นที่ทำงานชัดเจน ลดจุดอับแสง และลดความผิดพลาดระหว่างขั้นตอนการทำงาน ลดการหยุดงานจากปัญหาด้านการมองเห็น และช่วยเพิ่มประสิทธิภาพโดยรวมของกระบวนการผลิต พร้อมตอบโจทย์ด้านการประหยัดพลังงานในระยะยาว
ระดับความสว่างที่ใช่ หัวใจสำคัญของการทำงานในโรงงาน
โรงงานอุตสาหกรรมประกอบด้วยพื้นที่ที่มีลักษณะงานแตกต่างกันในแต่ละจุด ตั้งแต่พื้นที่ผลิต คลังสินค้า ไปจนถึงทางเดินและพื้นที่ควบคุม การกำหนดระดับความสว่างให้เหมาะสมกับในแต่ละพื้นที่จึงเป็นหัวใจสำคัญของการทำงานในโรงงาน เพราะช่วยให้การปฏิบัติงานมีประสิทธิภาพ ปลอดภัย และสอดคล้องกับการใช้งานจริง ซึ่งสามารถพิจารณาตัวอย่างแนวทางการกำหนดค่าเฉลี่ยความเข้มของแสงสว่างของแต่ละพื้นที่ได้ดังนี้
- พื้นที่ทั่วไปที่มีการสัญจรของผู้คนหรือยานพาหนะในเวลาปกติ และบริเวณที่มีการสัญจรในภาวะฉุกเฉิน
- ลานจอดรถ ทางเดิน บันได: 50 ลักซ์
- ลิฟต์ 100 ลักซ์
- ทางออกฉุกเฉิน เส้นทางหนีไฟ บันไดทางฉุกเฉิน 10 ลักซ์
- ทางเดิน บันได ทางเข้าห้องโถง 100 ลักซ์
- พื้นที่ใช้ประโยชน์ทั่วไป
- ห้องพยาบาล ห้องพักผ่อน 50 ลักซ์
- ป้อมยาม 100 ลักซ์
- ห้องน้ำ ห้องสุขา ห้องเก็บของ ห้องเปลี่ยนเสื้อผ้า 100 ลักซ์
- โรงอาหาร ห้องปรุงอาหาร 300 ลักซ์
- พื้นที่ใช้ประโยชน์ในกระบวนการผลิตหรือการปฏิบัติงาน
- คลังสินค้า 200 ลักซ์
- จุดขนถ่ายสินค้า 200 ลักซ์
- โกดังเก็บของ 200 ลักซ์
- ห้องควบคุม 200 ลักซ์
- บริเวณเตรียมวัตถุดิบ 300 ลักซ์
- พื้นที่บรรจุสินค้า 300 ลักซ์
- บริเวณที่พนักงานต้องทำงานโดยใช้สายตามองเฉพาะจุดหรือต้องใช้สายตาอยู่กับที่ในการทำงาน
- งานที่ชิ้นงานมีขนาดใหญ่สามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจน มีความแตกต่างของสีชัดเจนมาก เช่น งานตีและเชื่อมเหล็ก 200-300 ลักซ์
- งานที่ชิ้นงานมีขนาดปานกลาง สามารถมองเห็นได้ มีความแตกต่างของสีชัดเจน เช่น งานเตรียมอาหาร ปรุงอาหาร และล้างจาน 300-400 ลักซ์
- งานที่ชิ้นงานมีขนาดปานกลางหรือเล็ก สามารถมองเห็นได้แต่ไม่ชัดเจน มีความแตกต่างของสีบ้าง และต้องใช้สายตาในการทำงานค่อนข้างมาก เช่น งานตรวจสอบขั้นสุดท้ายในโรงผลิตรถยนต์ 500-600 ลักซ์
เอกสารอ้างอิง : ประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เรื่องมาตรฐานความเข้มของแสงสว่าง (กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน, 2561), หน้า 2-5.
หมายเหตุ : ค่าเฉลี่ยความเข้มของแสงสว่างที่กำหนดมีหน่วยเป็นลักซ์ (Lux)
โคมไฟโรงงานวินเนอร์ไลท์ มาตรฐานแสงสว่างสำหรับการทำงานจริง

วินเนอร์ไลท์ (Winner Light) มีโคมไฟโรงงานหลากหลายประเภทที่ตอบโจทย์การใช้งานจริงในโรงงานอุตสาหกรรม โดยคำนึงทั้งเรื่องความสว่าง ความทนทาน และต้นทุนการใช้งานในระยะยาว
- โคมไฟไฮเบย์ (Hight Bay Light)
โคมไฟไฮเบย์ LED เหมาะสำหรับโรงงานอุตสาหกรรมและคลังสินค้าภายในอาคารที่มีความสูงเพดานตั้งแต่ 6 เมตรขึ้นไป ให้แสงสว่างครอบคลุมพื้นที่กว้าง เหมาะกับพื้นที่ขนาดใหญ่ที่ต้องการความสว่างสม่ำเสมอและความเสถียรของแสงไฟ ซึ่งช่วยเพิ่มความปลอดภัยและคุณภาพในการทำงาน สามารถปรับมุมแสงได้หลากหลาย ตัวโคมให้ค่าลูเมน (lumen) หรือค่าปริมาณความสว่างที่มองเห็นได้จริงสูง และมีค่ากำลังไฟที่ใช้เพื่อสร้างความสว่างสูง (ค่าวัตต์) อีกทั้งยังมีค่า CRI สูง (>80) ช่วยให้การแสดงผลสีได้อย่างถูกต้อง ซึ่งมีสำคัญต่อกระบวนการผลิตที่ต้องการความแม่นยำด้านสี
นอกจากนี้ โคมไฟไฮเบย์ LED ยังมีอายุการใช้งานยาวนาน โดยเฉพาะโคมไฮเบย์ที่ใช้เม็ดแอลอีดีชิปคุณภาพสูง ซึ่งให้ความสว่างคงที่ตลอดอายุการใช้งาน 50,000 ชั่วโมง ช่วยลดความถี่ในการซ่อมบำรุงและค่าใช้จ่ายในระยะยาว จึงเป็นโซลูชันที่คุ้มค่าและตอบโจทย์การใช้งานในภาคอุตสาหกรรมอย่างแท้จริง
หมายเหตุ :
** CRI (Color Rendering Index) คือค่าความถูกต้องของสีจากแสง ยิ่งค่าสูง ยิ่งมองเห็นสีได้เหมือนจริงมากขึ้น
- โคมไฟโลว์เบย์ (Lowbay Light)
เป็นโคมไฟสำหรับพื้นที่เพดานต่ำประมาณ 4–6 เมตร เหมาะกับโรงงานขนาดเล็ก คลังสินค้า ร้านค้า และอาคารสำนักงาน ออกแบบการกระจายแสงให้เหมาะกับพื้นที่ โดยใช้ LED Chip คุณภาพสูง ซึ่งเป็นแหล่งกำเนิดแสงหลักของโคมไฟ ช่วยให้แสงสว่างสม่ำเสมอ มีความเสถียร และใช้งานได้ยาวนานโดยไม่เสื่อมสภาพเร็ว นอกจากนี้ ยังมีตัวเลือกอุณหภูมิสีตั้งแต่ 3000 K–6500 K ให้เลือกตามลักษณะการใช้งาน ตั้งแต่แสงโทนอุ่นไปจนถึงแสงขาวสว่าง พร้อมค่า CRI สูง ที่ช่วยให้การแสดงสีของวัตถุเป็นธรรมชาติ สบายตา และเหมาะกับการใช้งานต่อเนื่องในพื้นที่ทำงาน
นอกจากโคมไฟสำหรับโรงงานหลากหลายรูปแบบ วินเนอร์ไลท์ยังมีทีมงานพร้อมให้คำปรึกษาและออกแบบโซลูชันแสงสว่างที่สอดคล้องกับข้อจำกัดของหน้างานอุตสาหกรรมจริง ด้วยประสบการณ์การทำงานกับโรงงานอุตสาหกรรมหลากหลายประเภท จึงสามารถออกแบบระบบแสงสว่างได้ตามมาตรฐานและตรงกับความต้องการของผู้ประกอบการอย่างเหมาะสม
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
เบอร์โทรศัพท์ : 02-415-7576-7, 081-880-6616
Email: sale_wlc@winnerlight.co.th
Facebook: www.facebook.com/bangbonstation