5 ข้อควรรู้ก่อนติดตั้งเสาไฟถนนตามมาตรฐานแสงสว่างกรมทางหลวง

ภาพเสาไฟติดตั้งบนถนนทางหลวง

การติดตั้ง เสาไฟถนนมาตรฐานแสงสว่างกรมทางหลวง ต้องพิจารณาทั้งค่าความสว่าง ความปลอดภัย การออกแบบระบบ ระยะเสา และการจัดวางให้เหมาะกับพื้นที่ ก่อนเริ่มโครงการ ควรรู้ 5 ข้อสำคัญ เพื่อให้การติดตั้งได้มาตรฐานและใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

1. ความสำคัญของระบบแสงสว่างบนถนน

ระบบแสงสว่างจากโคมไฟถนนเป็นปัจจัยหลักที่ส่งผลโดยตรงต่อความปลอดภัยในการคมนาคม ช่วยเพิ่มทัศนวิสัยในการมองเห็นผิวถนน ผู้ใช้ทาง และสภาพแวดล้อมโดยรอบในช่วงเวลากลางคืน ลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุ และสนับสนุนการสัญจรอย่างมีประสิทธิภาพ

การทำความเข้าใจเรื่องแสงสว่างถนนและค่าความสว่างที่เหมาะสมจึงมีความสำคัญ เนื่องจากถนนแต่ละประเภทต้องการระดับแสงที่แตกต่างกัน ซึ่งกรมทางหลวงได้กำหนดมาตรฐานค่าความสว่าง (Lux) และความสม่ำเสมอของแสงไว้ชัดเจน เพื่อให้การติดตั้งเสาไฟถนนเป็นไปอย่างถูกต้อง ปลอดภัย และสอดคล้องกับลักษณะการใช้งานของถนนแต่ละประเภท ซึ่ง CIE (องค์กรวิชาการด้านแสงสว่างระดับสากล) ระบุไว้ว่าควรพิจารณาการกำหนดค่าความสว่างบนถนนจากลักษณะการใช้งานและประเภทของการจราจรเป็นหลัก และมีรายละเอียดดังนี้

  • ถนนความเร็วสูง ถนนคู่ขนาน ค่าความสว่างเฉลี่ยประมาณ 25  ลักซ์
  • เส้นทางจราจรสำคัญในชนบทและเขตเมือง ค่าความสว่างเฉลี่ยประมาณ 15 ลักซ์
  • ถนนทางเข้า ถนนกระจายการจราจร และถนนสายหลักขนาดเล็ก ค่าความสว่างเฉลี่ยประมาณ 8 ลักซ์
  • พื้นที่ที่อยู่อาศัยเป็นหลัก แต่มีรถยนต์บางส่วน ค่าความสว่างเฉลี่ยประมาณ 4–5 ลักซ์
  • พื้นที่ที่อยู่อาศัย คนเดินเท้า และยานพาหนะที่ไม่มีเครื่องยนต์จำนวนมาก ค่าความสว่างเฉลี่ยประมาณ 1–2 ลักซ์
เอกสารอ้างอิง: CIE Technical Report – Road Transport Lighting for Developing Countries (CIE, 2007), หน้า 36. 
หมายเหตุ: 
*ค่าความสว่างถนน ตามมาตรฐานกรมทางหลวงมีหน่วยเป็นลักซ์ (Lux) 
** ค่าที่ระบุไว้เป็นเพียงแนวทางในการออกแบบ ไม่ใช่มาตรฐานบังคับของ CIE 
 

2. รูปแบบเสาไฟถนนกับการใช้งานจริง

การเลือกรูปแบบเสาไฟถนนให้เหมาะสมกับลักษณะการใช้งานเป็นปัจจัยสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม เพื่อให้ระบบแสงสว่างบนถนนทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ปลอดภัย ประหยัดพลังงาน และเกิดความคุ้มค่าต่อการลงทุนในระยะยาว

  • เสาไฟแบบกิ่งเดียว

เป็นเสาไฟถนนที่ติดตั้งเพียงด้านเดียวของแนวถนน โดยโคมไฟจะยื่นออกจากเสาในลักษณะกิ่งเดียว เพื่อส่องแสงไปยังผิวถนนฝั่งตรงข้าม เสาไฟประเภทนี้เหมาะสำหรับถนนสายรอง ถนนชุมชน หรือถนนที่มีความกว้างไม่มาก และมีปริมาณการจราจรไม่หนาแน่น

  • เสาไฟสองฝั่งแบบตรงข้าม

การติดตั้งในรูปแบบนี้จะจัดวางเสาไฟทั้งสองด้านของแนวถนนในตำแหน่งที่ตรงกันเพื่อให้แสงสว่างครอบคลุมผิวถนนอย่างทั่วถึงและสม่ำเสมอ เหมาะสำหรับถนนสายหลัก ทางหลวง หรือบริเวณที่ต้องการระดับความปลอดภัยสูง เช่น ทางโค้ง ทางแยก และจุดกลับรถ 

  • เสาไฟแบบติดสลับ

เป็นการติดตั้งเสาไฟสองฝั่งของแนวถนนในลักษณะเยื้องกัน เหมาะสำหรับถนนในเขตชุมชนหรือถนนที่มีต้นไม้ สิ่งปลูกสร้าง หรือสิ่งกีดขวางอยู่สองข้างทาง 

  • เสาไฟแบบกิ่งคู่เกาะกลาง

เป็นการติดตั้งเสาไฟถนนบนเกาะกลางถนน โดยใช้โคมไฟส่องสว่างสองด้าน เหมาะสำหรับถนนขนาดใหญ่ ถนนหลายช่องจราจร และถนนที่มีเกาะกลางกว้าง

  • เสาไฟแบบเสาสูง

เป็นเสาไฟที่มีความสูงมากกว่ารูปแบบทั่วไป และติดตั้งโคมไฟหลายดวงบนเสาเดียว เหมาะสำหรับพื้นที่กว้างขวาง เช่น เขตอุตสาหกรรม ลานจอดรถขนาดใหญ่ ทางแยกขนาดใหญ่ หรือด่านเก็บค่าผ่านทาง

3. หลักเกณฑ์การติดตั้งเสาไฟถนน

ในการเลือกรูปแบบการติดตั้งเสาไฟถนน ผู้ออกแบบควรพิจารณาจากประเภทของถนน ปริมาณการจราจร และจุดเสี่ยงต่าง ๆ ดังนี้

  • การติดตั้งเสาไฟแบบต่อเนื่อง (Continuous Lighting)

ช่วยสร้างความสม่ำเสมอของแสงบนท้องถนน ซึ่งสำคัญมากต่อความปลอดภัย เพราะช่วยให้สายตาไม่ต้องปรับโฟกัสสลับไปมาระหว่างที่มืดและที่สว่างบ่อยเกินไป จึงลดความเมื่อยล้าของดวงตา และช่วยให้ผู้ขับขี่มองเห็นเส้นทางรวมถึงสิ่งกีดขวางได้อย่างชัดเจนและแม่นยำตลอดเส้นทาง

  • รูปแบบการจัดวาง

1. การติดตั้งด้านเดียว เหมาะสำหรับถนนที่แคบ
2. การติดตั้งสลับฟันปลา เหมาะสำหรับถนนที่มีความกว้างปานกลาง ช่วยให้แสงกระจายทั่วถึงทั้งสองฝั่ง
3. การติดตั้งตรงกันข้าม เหมาะสำหรับถนนหลายเลนหรือถนนกว้าง เพื่อให้ความเข้มแสงถึงกึ่งกลางถนน
4. การติดตั้งที่เกาะกลาง ใช้เสาเดียวแต่มีกิ่งโคมสองด้าน ติดตั้งบนเกาะกลางถนน ช่วยประหยัดจำนวนเสาและสายดิน

  • การติดตั้งเสาไฟเฉพาะบริเวณ (Specific Lighting)

เป็นการติดตั้งในจุดที่ต้องการความระมัดระวังเป็นพิเศษ หรือจุดที่มีการเปลี่ยนทิศทางของการจราจร แม้ว่าถนนช่วงก่อนหน้าอาจจะไม่มีไฟส่องสว่างก็ตาม

  • จุดที่ต้องติดตั้ง

1. ทางแยก เพื่อให้คนขับมองเห็นรถที่มาจากทิศทางอื่นและคนข้ามถนนได้ชัดเจน
2.
ทางโค้งอันตราย การติดตั้งต้องเน้นให้เห็นแนวขอบทาง เพื่อให้คนขับคาดคะเนวงเลี้ยวได้ถูกต้อง
3.
บริเวณคอขวดหรือทางเบี่ยง จุดที่รถต้องเปลี่ยนเลนหรือรวมเลน
4.
วงเวียน ต้องการความสว่างสูงกว่าปกติเพื่อให้เห็นทางออกและเกาะกลางวงเวียน
5.
จุดข้ามถนน แสงสว่างต้องส่องให้เห็นตัวคนเดินถนนชัดเจนจากระยะไกล

หลักเกณฑ์สำคัญคือ ต้องติดตั้งเสาไฟให้ครอบคลุมโซนอันตราย และต้องมีระยะส่องสว่างนำทาง ก่อนถึงจุดนั้น ๆ เพื่อไม่ให้สายตาผู้ขับขี่ปรับตัวไม่ทัน

4. การเลือกความสูงของเสาให้เหมาะสม 

ความสูงของเสาไฟไม่ใช่เรื่องของความสวยงามเพียงอย่างเดียว แต่เป็นปัจจัยทางวิศวกรรมที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพการใช้งานใน 4 ด้านหลักดังนี้

  • การกระจายแสง เสาที่สูงช่วยให้ลำแสงครอบคลุมพื้นที่ได้กว้างและไกลขึ้น ลดจำนวนการใช้เสาไฟในระยะทางที่เท่ากัน และช่วยให้แสงเชื่อมต่อกันอย่างทั่วถึง
  • ความสว่างเฉลี่ย ช่วยควบคุมความเข้มของแสงให้พอดีกับพื้นผิวจราจร ไม่สว่างจ้าหรือมืดสลัวจนเกินไป ทำให้มองเห็นเส้นทางและสิ่งกีดขวางได้ชัดเจน
  • ลดแสงแยงตา การยกโคมไฟให้อยู่ในระดับความสูงที่เหมาะสม จะช่วยให้แหล่งกำเนิดแสงไม่อยู่ในระดับสายตาโดยตรงของผู้ขับขี่ ลดอาการตาพร่ามัวและเพิ่มความปลอดภัยในการเดินทาง
  • ความปลอดภัยและทัศนียภาพ ช่วยเผื่อระยะไม่ให้รถขนาดใหญ่เฉี่ยวชนกิ่งโคม และสร้างเส้นนำสายตาที่ดูเป็นระเบียบเรียบร้อยสม่ำเสมอตลอดแนวถนน

5. การเลือกบริษัทติดตั้งเสาไฟ ควรพิจารณาอะไรบ้าง

การเลือกผู้เชี่ยวชาญหรือบริษัทรับเหมาติดตั้งเสาไฟ ถือเป็นขั้นตอนที่สำคัญมาก เพราะหากติดตั้งไม่ได้มาตรฐาน นอกจากจะสิ้นเปลืองงบประมาณในการซ่อมบำรุงแล้ว ยังอาจก่อให้เกิดอันตรายร้ายแรงต่อชีวิตและทรัพย์สินได้

  •  ประสบการณ์และผลงานที่ผ่านมา 

ควรเลือกทีมงานหรือผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์การทำงานเฉพาะด้าน และมีผลงานที่เคยติดตั้งไฟทางหลวง งานโครงการหมู่บ้าน หรือโรงงานอุตสาหกรรม และไม่ควรลืมขอดูผลงานที่ผ่านมาหรือตัวอย่างหน้างานจริง เพื่อประเมินความเรียบร้อยของงานติดตั้งและการจัดวางตำแหน่งเสาไฟ 

  • ความรู้ด้านวิศวกรรมและมาตรฐานสากล 

ผู้เชี่ยวชาญต้องเข้าใจหลักการคำนวณค่าความสว่าง (Lux) และความสม่ำเสมอของแสง (Uniformity) และสามารถให้คำปรึกษาเรื่องระยะห่างระหว่างเสาที่เหมาะสมกับความกว้างของถนนได้ และมีความรู้เรื่องมาตรฐาน มอก. ของอุปกรณ์ รวมถึงมาตรฐานของหน่วยงานราชการ (เช่น กรมทางหลวง หรือการไฟฟ้าฯ) ซึ่ง Winner Light (วินเนอร์ไลท์) มีบริการให้คำปรึกษาแบบครบวงจร

  • ความพร้อมของเครื่องจักรและอุปกรณ์ 

การติดตั้งเสาไฟต้องใช้เครื่องจักรเฉพาะทางเพื่อให้เสาตั้งตรงและมั่นคง มีรถกระเช้า รถเครนสำหรับยกเสา และเครื่องจักรสำหรับขุดเจาะฐานรากที่ทันสมัย รวมถึงอุปกรณ์วัดค่าความสว่างที่มีความแม่นยำ

  • คุณภาพของวัสดุที่เลือกใช้ 

เสาไฟถนนต้องทนทานต่อสภาพอากาศภายนอกได้นานนับสิบปี วินเนอร์ไลท์บริการติดตั้งด้วยวัสดุที่มีคุณภาพ ทั้งตัวเสาไฟและตัวโคม เช่น โคมไฟถนน LED ที่มีระบบระบายความร้อนดีและมีค่ากันน้ำกันฝุ่นตามมาตรฐาน

  • การรับประกันและการบริการหลังการขาย 

เนื่องจากระบบไฟถนนเป็นสาธารณูปโภคที่ต้องใช้งานอย่างต่อเนื่องและมีผลกระทบโดยตรงต่อความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง การเลือกผู้เชี่ยวชาญที่มีบริการหลังการขายที่รวดเร็วและเป็นระบบ จึงเป็นหัวใจสำคัญที่มองข้ามไม่ได้ และควรพิจารณาเลือกบริษัทที่ให้ความสำคัญกับเงื่อนไขการรับประกันที่ครอบคลุมและชัดเจน ทั้งในส่วนของโครงสร้างเสาไฟ ประสิทธิภาพของโคมไฟ และความเสถียรของระบบไฟฟ้า นอกจากนี้ บริษัทต้องมีทีมช่างเทคนิคที่พร้อมเข้าปฏิบัติงานแก้ไขหน้างานได้ทันทีเมื่อเกิดเหตุขัดข้อง เพื่อให้ระบบไฟกลับมาใช้งานได้ปกติโดยเร็วที่สุด ลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุ และสร้างความอุ่นใจให้กับผู้ใช้เส้นทาง 

วินเนอร์ไลท์ เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านระบบแสงสว่างสำหรับงานถนน ครอบคลุมทั้งเสาไฟถนน และโคมไฟถนน รองรับทุกประเภทโครงการตั้งแต่ถนนสายหลัก ถนนชุมชน ถนนหลวง ไปจนถึงพื้นที่พิเศษ พร้อมทั้งให้บริการออกแบบและติดตั้งระบบแสงสว่างแบบครบวงจร ตามมาตรฐานที่กำหนด มุ่งเน้นคุณภาพ ความคุ้มค่า และบริการหลังการขายที่เชื่อถือได้

นอกจากนี้ วินเนอร์ไลท์ ยังมีสินค้าคุณภาพอีกหลากหลายประเภท ที่คัดสรรมาเพื่อตอบโจทย์ทุกความต้องการของคุณ พร้อมให้บริการในราคายุติธรรม สนใจคลิกเลย!

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
เบอร์โทรศัพท์ : 02-415-7576-7, 081-880-6616
Email: sale_wlc@winnerlight.co.th
Facebook: www.facebook.com/bangbonstation